บ้านตุ๊กตาวินเทจ งานขี้เลื่อยโบราณ หมีเก่า ชุดตุ๊กตาผ้าวินเทจ

บ้านตุ๊กตาวินเทจ งานขี้เลื่อยโบราณ หมีเก่า ชุดตุ๊กตาผ้าวินเทจ บ้านตุ๊กตาวินเทจ งานขี้เลื่อยโบราณ หมีเก่า ชุดตุ๊กตาผ้าวินเทจ

หมีกับภาพสวย 🐻🏞️
01/03/2025

หมีกับภาพสวย 🐻🏞️

ต้าวอวบ 🐥🐤
01/03/2025

ต้าวอวบ 🐥🐤

ALL BOYDS 🐻🐼🐻‍❄️
01/03/2025

ALL BOYDS 🐻🐼🐻‍❄️

❌❌ ALL SOLD เกลี้ยง…. ❌❌ ปล่อยออกจะได้ไม่เก็บเยอะเกินไป พาราเบา แบ่งปันกันไป VoUพระคุณจร้า 🙏🏼🙏🏼🥰♥️
01/03/2025

❌❌ ALL SOLD เกลี้ยง…. ❌❌
ปล่อยออกจะได้ไม่เก็บเยอะเกินไป พาราเบา แบ่งปันกันไป
VoUพระคุณจร้า 🙏🏼🙏🏼🥰♥️

น่ารัก 🥰
01/03/2025

น่ารัก 🥰

ติดตามไลฟ์สดได้ !! ✨✨https://www.facebook.com/housebabyreborn?mibextid=wwXIfr&mibextid=wwXIfr จิ้มๆ ส่องๆได้ ทักหลังบ้าน...
01/03/2025

ติดตามไลฟ์สดได้ !! ✨✨
https://www.facebook.com/housebabyreborn?mibextid=wwXIfr&mibextid=wwXIfr
จิ้มๆ ส่องๆได้ ทักหลังบ้านได้น้าจ้า แม่ๆจ๋า นี่แค่เสี้ยวนึง ยังมี…หน้ายางหายากงานวินเทจโบราณ ขี้เลื่อย งานแรร์ น่าสะสม งานตุ๊กตาขน ตุ๊กตาสัตว์ หมีแต่งตัว Boyds ,Harrods ,Gund หมีขนเก่า ,Teddy Bear etc…

ทักกันด้ายน้า าาา 🙌🏻🙌🏻😁😄

ติดตามไลฟ์สดได้ จิ้มๆ ส่องๆได้ ทักหลังบ้านได้น้าจ้า แม่ๆจ๋า นี่แค่เสี้ยวนึง ยังมี…หน้ายางหายากงานวินเทจโบราณ ขี้เลื่อย ง...
01/03/2025

ติดตามไลฟ์สดได้ จิ้มๆ ส่องๆได้ ทักหลังบ้านได้น้าจ้า แม่ๆจ๋า นี่แค่เสี้ยวนึง ยังมี…หน้ายางหายากงานวินเทจโบราณ ขี้เลื่อย งานแรร์ น่าสะสม งานตุ๊กตาขน ตุ๊กตาสัตว์ หมีแต่งตัว Boyds ,Harrods ,Gund หมีขนเก่า ,Teddy Bear etc…

ทักกันด้ายน้า าาา 🙌🏻🙌🏻😁😄

“ตุ๊กตาไร้หน้า” ของชาว Amish ผู้อยู่อย่างไร้ตัวตนตุ๊กตาที่ชาว Amish ทำขึ้นนั้นไม่มีภาพใบหน้า และทำกันมาเนิ่นนานแล้ว สาเห...
01/03/2025

“ตุ๊กตาไร้หน้า” ของชาว Amish ผู้อยู่อย่างไร้ตัวตน

ตุ๊กตาที่ชาว Amish ทำขึ้นนั้นไม่มีภาพใบหน้า และทำกันมาเนิ่นนานแล้ว สาเหตุของการไม่มีหน้าของตุ๊กตานั้น เป็นความเชื่อของชาว Amish ซึ่งมีแนวคิดของการอยู่แบบไร้ตัวตน ไม่มีคำว่าใครในสังคม Amish มีแต่ Amish ที่หมายถึงกลุ่มชนเท่านั้น ชาว Amish แต่ละคนห้ามมีบุคลิกของตนเอง ทุกคนจะทำอะไรเหมือนกันหมด ดำเนินชีวิตเหมือนกัน ใช้เครื่องใช้คล้ายๆกัน ปลูกบ้านขนาดพอๆกัน แต่งตัวเหมือนกันหมด ชาว Amish ยังไม่ยอมให้ถ่ายภาพใบหน้าบุคคลอีกด้วย การอยู่อย่าง Amish นั้นไร้ตัวตน ตุ๊กตาของ Amish จึงไม่มีใบหน้า เช่นชาว Amish ทั้งหลาย

อ่านแล้วเชื่อว่าหลายๆท่านคงภาวนาไม่ขอเกิดเป็นชาว Amish เด็ดขาด เพราะไม่อยากอยู่อย่างไร้ตัวตน... และกฎระเบียบมากมายเช่นนั้น มันช่างจำกัดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง แต่ความจริงก็คือ Amish เกือบทั้งหมด เต็มใจและมีความสุขกับวิถีเช่นนั้น

การยึดติดในตัวตนของเรานั้น ทำให้เกิดความเห็นแก่ตัวมากกว่าเพื่อนพร้องและชุมชน การที่ไม่ต้องแต่งหน้าทำให้เราหลุดพ้นจากความปรารถนาจะอยู่เหนือใคร หรือเป็นอะไรที่มากกว่าเป็นตัวของเราเองจริงๆ การแต่งตัวเหมือนกันทำให้เราไม่ต้องประกวดประขัน หรือคิดว่าเราแตกต่างไปจากคนอื่นๆ ความไม่มีตัวตนของชาว Amish จึงทำให้ Amish มีแต่ Amish และพร้อมจะสละแรงกายแรงใจเพื่อชาว Amish ทุกคนได้ ชุมชน Amish จึงเป็นสังคมที่มีความรักใคร่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นอย่างมาก

ในทางพุทธศาสนานั้นก็เฉกเช่นกัน การบวชเป็นสมณะเพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรม ก็ต้องอยู่ในกฎระเบียบเคร่งครัดคล้ายๆกัน สมณะทั้งหลายนั้นเป็นพี่น้องกัน เป็นพุทธบุตรและจะเรียกสมณะอื่นว่าหลวงพี่ หลวงตา หลวงพ่อ ตามแต่อายุพรรษา(ไม่ใช่อายุจริง) แต่ไม่มีคำว่าหลวงน้อง แม่ว่าผู้ถูกเรียกจะอายุน้อยกว่าก็จะถูกเรียกว่าหลวงพี่ ทั้งนี้เพื่อลดฐิถิในอาวุโสแห่งตนลง สมณะทั้งหลายแต่งกายเหมือนกันหมดเช่นชาว Amish ไม่แต่งหน้า ไม่ใส่เครื่องหอม ปลงผม ปลงคิ้ว สละซึ่งสิ่งอันทำให้ดูสวยงามน่าชมน่ามองทั้งหลาย เพื่อลดแรงปรารถนาแห่งกายตามธรรมชาติลง สิ่งทั้งหลายนี้เพื่อทำลายความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนลง อย่างที่ท่านพุทธทาสเรียกว่า “ตัวกูของกู” เพราะในทางพุทธศาสนาแล้ว เราเป็นเพียงสิ่งสมมุติ การยึดมั่นถือมั่นในตัวตนรังแต่ทำให้เราวนเวียนอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ไม่จบไม่สิ้น เพราะท้ายที่สุดแล้วชีวิตอันแสนสั้นของมนุษย์เรา ก็ไม่มีอะไรที่เป็นของเราได้จริงๆสักอย่าง แม่แต่ตัวของเราเอง

ใครบางคนเคยสอนผมว่า การจะอยู่ได้อย่างมีความสุขนั้น ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการสะสมทรัพย์และนำมาเป็นเครื่องแสวงหาสิ่งต่างๆที่เราต้องการ เพราะธรรมชาติของความอยากนั้นไม่มีวันจบสิ้น และไม่อาจจะสนองตอบมันได้ทั้งหมด แต่คนที่จะมีความสุขได้นั้นต้องเริ่มต้นจากการทำความรู้จักกับตนเองให้ได้เสียก่อน และเมื่อรู้จักตนเองแล้วเราจะรู้เองว่าเราจะมีความสุขได้อย่างไร ซึ่งการทำความรู้จักกับตนเองนั้น ต้องเริ่มจากการสละความเป็นตัวของเราเองลงเสียก่อน... แล้วจะทำได้อย่างไรล่ะครับ ก็ทำเหมือนๆกับที่ชาว Amish ทำนั่นไงล่ะ เริ่มต้นด้วยตุ๊กตาไร้หน้าอย่างไรล่ะครับ เรื่องแบบนี้ศาสนาของเราไม่เคยสอนให้เชื่อ แต่ท้าทายให้พิสูจน์ คำว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ไม่เคยมีในพุทธศาสนา แต่ชาวพุทธที่แท้ “ไม่เชื่อก็ต้องพิสูจน์” ครับผม และเราอาจได้คำตอบว่า ทำไม Amish ส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเป็น Amish ในระเบียบที่เคร่งครัดต่อไป และคุณละครับรู้จักตัวเองดีพอหรือยัง มีความสุขแล้วหรือเปล่า หรือยังนั่งส่องกระจกแล้วแสดงความไม่พอใจข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆบนใบหน้าของเราอยู่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย นกขมิ้น

หากใครเคยได้ยินเรื่องราวของชาวอามิชมาแล้วบ้าง คงจะพอทราบว่า พวกเขานับถือศาสนาคริสต์ นิกายอนาแบ๊ปติส (Anabaptists) ที่ยังเคร่งศาสนา จารีตประเพณีแบบดั้งเดิม จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อเราก้าวเข้ามาในชุมชนอามิชแห่งนี้ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าจะไม่ต่างจากภาพของชุมชนเมื่อราวร้อยปีที่แล้ว นั่นก็คือ ความเงียบสงบบนถนนสายเล็ก ๆ ที่สองข้างทางเพาะปลูกพืช และทำการปศุสัตว์ในแบบดั้งเดิม ขณะที่ชาวอามิชเองก็แต่งตัวเหมือนกับหนังฝรั่งสไตล์ย้อนยุค ขับขี่รถม้าวิ่งไปตามทางบนถนน

ชาวอามิชประกอบด้วยคน 2 กลุ่ม คือ คนกลุ่มเก่า (Old Order) และคนกลุ่มใหม่ (New Order) โดยคนกลุ่มเก่าจะเป็นกลุ่มที่ปฏิเสธการใช้ไฟฟ้า ยังคงใช้ชีวิตเหมือนกับวิถีชีวิตดั้งเดิมทุกอย่าง และใช้รถม้าเป็นพาหนะเพียงเท่านั้น ขณะที่คนกลุ่มใหม่ แม้จะมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเทคโนโลยี อย่างเช่น โทรทัศน์ หรืออินเทอร์เน็ต พวกเขาใช้ไฟฟ้าเพื่อให้แสงสว่างภายในบ้าน ใช้เตาแก๊สในการหุงหาอาหาร และบางบ้านก็จะมีรถยนต์ขับ แต่ยานพาหนะสำคัญก็ยังคงเป็นรถม้าอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม เพราะชาวอามิชเคร่งครัดในคำสอนของคัมภีร์ไบเบิลที่ห้ามสร้างรูปจำลองเหมือนมนุษย์ ทำให้พวกเขาไม่นิยมถ่ายรูปกันเอง และไม่ชอบให้คนภายนอกมาถ่ายรูปของพวกเขาด้วย แต่ชาวอามิชหลายคนที่เป็นคนหัวสมัยใหม่หน่อยก็ไม่ได้ยึดกฎข้อนี้มากนัก บางคนก็ยืดหยุ่นให้ถ่ายรูปได้ แต่อาจถ่ายในระยะไกล หรือหากจะถ่ายโคลสอัพก็ต้องขออนุญาตเสียก่อน

หลายคนอาจจะมองว่า ชาวอามิชเป็นกลุ่มที่ต้านกระแสของโลก แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ ยังคงเลือกที่จะเดินไปในจังหวะนี้ ไม่จำเป็นต้องจ้ำอ้าวไปตามโลกที่กำลังหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งชาวอามิชก็มีความสุขที่อยู่ในวิถีชีวิตแบบนี้ เพราะพวกเขามองว่า สิ่งเหล่านี้มันทำให้พวกเขารู้ว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น และมั่นใจในตัวเอง

หากมองไปรอบ ๆ จะเห็นภาพของเด็ก ๆ ชาวอามิช ทั้งตัวเล็ก ตัวน้อย ช่วยพ่อแม่ทำเกษตรกรรม ดูแล้วเป็นภาพความผูกพันของครอบครัวที่เหนียวแน่น และอาจจะเหนียวแน่นกว่าหลาย ๆ ครอบครัวในสังคมทุนนิยมที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีเวลาให้กันเท่าไหร่นัก

คุณยายลิเดีย แลนซ์ ชาวอามิช เล่าให้ฟังว่า พ่อแม่สอนให้เธอทำงานหนักมาตั้งแต่เล็ก ๆ แต่เวลาเล่น พวกเธอก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน แม้เธอจะเคยคิดว่า เราทำงานหนักเกินไปไหม แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีใจที่พ่อแม่เลี้ยงมาแบบนี้ เพราะทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของชีวิต

แอน ไบเลอร์

ในการเดินทางมาเยือนชุมชนอามิชครั้งนี้ ทีมงานรายการพื้นที่ชีวิตได้พบกับ "แอน ไบเลอร์" ผู้ก่อตั้งร้านขนมอานตี้ แอนส์ ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก เธอเล่าให้ฟังว่า เธอเคยเป็นชาวอามิชมาก่อน ทุกคนจะถูกสอนไม่ให้ละโมบโลภมาก และให้ศรัทธาในพระเจ้า สมัยที่เธอยังเด็ก เธอก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กอามิชทั่ว ๆ ไป คือ ช่วยงานที่บ้านและในฟาร์ม จนกระทั่งเมื่ออายุ 12 ปี แอน ไบเลอร์ ก็ได้ออกมาจากบ้าน จนได้มาเห็นเมืองใหญ่ ซึ่งทำให้เธอตื่นตาตื่นใจกับโลกที่ปรากฏตรงหน้า และนั่นก็ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับความเป็นอามิช

และเมื่อถึงวัยที่สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นอามิชต่อไปหรือไม่ แอน ไบเลอร์ ก็ตัดสินใจออกจากการเป็นอามิช เพราะเธอมองว่า ชีวิตอามิชเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ที่ทำให้เธอหายใจไม่ออก แต่เธอก็ยังคงมีความทรงจำดี ๆ จากการที่ช่วยคุณแม่ทำขนม ซึ่งในสมัยเด็กนั้น เธอไม่ชอบทำขนมเลย เพราะรู้สึกเหนื่อย แต่กลับกลายเป็นว่า ณ วันนี้ เธอได้กลายเป็นคนทำขนมให้คนทั่วโลกได้ลิ้มรส

ได้พบปะพูดคุยกับเจ้าของอานตี้ แอนส์ แล้ว ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า จริง ๆ แล้ว ชาวอามิสคนอื่น ๆ เคยคิดอยากออกไปสัมผัสโลกภายนอกบ้างหรือไม่ เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของพวกเขาอยู่ในกฎเกณฑ์มาโดยตลอด

ชาวอามิชก็คงคิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน จึงได้มีกฎข้อหนึ่งคือ เด็ก ๆ ที่อายุ 16 ปีแล้ว จะมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกอย่างสุดเหวี่ยงเท่าที่ตัวเองต้องการ อยากไปเที่ยวที่ไหน อยากเรียนอะไร หรืออยากมีแฟน ทุกคนสามารถทำได้ดังใจปรารถนา และเมื่อเดินทางกลับมายังชุมชนอามิชแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจเลือกว่า จะยังอยากเป็นชาวอามิชต่อไปหรือไม่ ถ้าตัดสินใจเป็นชาวอามิชต่อไป ก็จะต้องไปรับศีลอนาแบ๊ปติส

มาถึงตรงนี้อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า คนส่วนใหญ่เลือกเส้นทางไหน จากสถิติพบว่า ชาวอามิชกว่า 95% เลือกรับศีลที่จะเป็นชาวอามิช และอาศัยอยู่ในชุมชนต่อไป ถ้าถามถึงเหตุผล ก็อาจเป็นเพราะ 16 ปีที่ผ่านมา พวกเขาโตมากับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตแบบนี้ ดังนั้น พวกเขาจึงไม่เคยชินกับการออกไปเผชิญโลกภายนอกที่คนนอกอาจจะมองว่าเป็นโลกที่อิสระเสรีมากกว่า

ชาวอามิชถูกสอนให้มีชีวิตที่เรียบง่ายมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ หากมองไปรอบ ๆ จะเห็นว่า สิ่งที่อยู่รอบตัวแฝงไปด้วยความเรียบง่าย และให้แง่คิดได้หลาย ๆ ประการ อย่างเช่น ตุ๊กตาไร้หน้า ที่คุณย่าคุณยายเย็บให้หลาน ๆ ได้เล่น มันแสดงถึงว่า ชาวอามิชไม่ต้องการมีหน้ามีตาในสังคม ไม่จำเป็นต้องแสดงความโดดเด่นออกมา เปรียบเหมือนตุ๊กตาไร้หน้าที่มีหน้าตาแบบเดียวกันหมด

3 สิ่งที่ชาวอามิชให้ความสำคัญมากที่สุด ก็คือ Faith หมายถึง ความศรัทธา Family หมายถึงครอบครัว และ Friends หมายถึงเพื่อน ซึ่งใครที่ได้เข้ามาเยือนดินแดนเล็ก ๆ แห่งนี้แล้ว คงจะสัมผัสถึง 3 สิ่งนี้ได้ชัดเจน จากความเชื่อ ความรัก ความอบอุ่นที่ชาวอามิชแสดงให้เห็นอย่างจริงใจ รวมทั้งการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทุกคนในชุมชนที่มีปัญหา ไม่ต่างจาก "คนในครอบครัวเดียวกัน"

"เราพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ รู้ไหม โลกภายนอกอาจมองเข้ามาแล้วพากันสงสารเรา ขณะเดียวกัน เราก็มองว่า คนในโลกข้างนอกนั่นแหละที่น่าสงสาร เรารู้ดีว่าชีวิตในโลกข้างนอกนั้นยากลำบากกว่าเรามากนัก แน่นอน ผมไม่ได้บอกว่าชีวิตของชาวอามิชโรยด้วยกลีบกุหลาบ เรามีคนที่อยู่แบบนี้ไม่ได้ และลาออกไป บางทีก็มีเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรเกิดขึ้น แต่ชีวิตก็เป็นแบบนี้ การเป็นอามิชไม่ได้หมายความว่า เราดีกว่าใคร หรือชีวิตแบบเราถูกต้องเสมอไป ไม่มีชีวิตใครสมบูรณ์แบบ เราเพียงแค่พยายามใช้ชีวิตให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้" คุณปู่ชาวอามิช กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวอามิชกังวลก็คือ จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการไม่คุมกำเนิดที่ขัดต่อความเชื่อของเขา ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนที่ดินตามมา ดังนั้น ชาวอามิชรุ่นหลัง ๆ จึงเริ่มออกไปทำงานในเมืองมากขึ้น นี่อาจเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ระบบวิถีชีวิตของชาวอามิชค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย ซึ่งชาวอามิชหลายคนคงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

การเยือนชุมชนอามิชครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นมุมมองบางอย่างที่ชาวอามิชต้องการสอนให้คนภายนอกได้เข้าใจ อย่างเช่นสิ่งหนึ่งที่บอกได้ชัดเจนก็คือ บางทีการมีชีวิตที่ดีอาจไม่ได้หมายถึงเราต้องมีทุกอย่างที่เราอยากได้ แต่มันอาจคือการที่ไม่มีบางอย่างที่ไม่จำเป็น เพื่อที่จะได้ใช้เวลากับสิ่งที่จำเป็นและสำคัญต่อชีวิตเราจริง ๆ ก็เป็นได้

https://www.gotoknow.org/posts/503814

Cr. เจาะเวลาหาอดีต

ฟักทองวินเทจ 🎃
01/03/2025

ฟักทองวินเทจ 🎃

01/03/2025

ที่อยู่

หลักหก
Pathum Rat
12000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านตุ๊กตาวินเทจ งานขี้เลื่อยโบราณ หมีเก่า ชุดตุ๊กตาผ้าวินเทจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์